o
Sundial, calendar and Khmer temples

ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เกี่ยวข้องกับ ปราสาทพนมรุ้ง 2552

ในปีดาราศาสตร์สากล (กำหนดโดยองค์การยูเนสโก)

ภาพ ภาพลายเส้น และ การคำนวณ © โดย Asger Mollerup (ทอง)

ธัญญลักษณ์ ไชยสุข มูลเลอรุพ : แปลและเรียบเรียง
าพระวิหาร

โคนนทิ พาหนะของพระศิวะ
และศิวลึงค์ที่ต้องแสงอาทิตย์
ในปราสาทพนมรุ้ง


ประเด็นทางด้านดาราศาสตร์ของปราสาทพนมรุ้ง

1. ดวงอาทิตย์:
 
กำหนดที่แสงอาทิตย์จะส่องเข้าไปต้องศิวลึงค์ภายในปราสาทประธานนั้น คือ ๑๔ วันก่อนและหลังวันวิษุวัตทั้งสองครั้ง ดังนั้น ในแต่ละปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์สี่ครั้ง
2. ดวงอาทิตย์ – ดวงจันทร์:

 

ช่วงระหว่างปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ ก่อนและหลังวันวิษุวัตนั้น จะมีระยะห่างประมาณหนึ่งเดือนดาราคติ ดังนั้น ดวงจันทร์จะอยู่ในนักษัตรเดียวกันทั้งสองครั้ง ในแต่ละปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ – ดวงจันทร์ สอครั้ง
3. อุปราคา: เมื่อเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาขึ้น มักจะเกิดซ้ำอีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาใกล้ๆ กัน

สุริยัน จันทรา และราหูที่ปราสาทพนมรุ้ง: ข้อสังเกตทางโบราณดาราศาสตร์ (วารสารเมืองโบราณ พค.-มิย. 2550), Asger Mollerup.

 

1. ปรากฏการณ์พระอาทิตย์
 

ดวงอาทิตย์ตก
ใน
เดือน มีนาคม
2552

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับกลางประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวันออก 7.5 เมตร
  ดูจากเส้นกลางประตู ระดับธรณีประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวันออก 7.5 เมตร


วันที่ 5 มีนาคม ดวงอาทิตย์ตก เวลา 18.17.04 น.
วันที่ 6 มีนาคม ดวงอาทิตย์ตก เวลา 18.17.14 น.
วันที่ 7 มีนาคม ดวงอาทิตย์ตก เวลา 18.17.24 น.
 

วันที่ 5 มีนาคม 2552

วันที่ 6 มีนาคม 2552

วันที่ 7 มีนาคม 2552


 

ดวงอาทิตย์ขึ้น
ใน
เดือน เมษายน
2552
 

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับกลางประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวัน
ก 7.5 เมตร
  ดูจากเส้นกลางประตู ระดับธรณีประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวัน
ก 7.5 เมตร


วันที่ 2 เมษายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.03.24 น.
วันที่ 3 เมษายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.02.42 น.
วันที่ 4 เมษายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.02.01 น.
 

ดวงอาทิตย์ขึ้น
ใน
เดือน กันยายน
2552

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับกลางประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวัน
ก 7.5 เมตร

 

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับธรณีประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวัน
ก 7.5 เมตร


วันที่ 8 กันยายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.56.37 น.
วันที่ 9 กันยายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.56.40 น.
วันที่ 10 กันยายน 2552 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.56.43 น.
 

ดวงอาทิตย์ตก
ใน
เดือน ตุลาคม
2552

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับกลางประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวันออก 7.5 เมตร

 

ดูจากเส้นกลางประตู ระดับธรณีประตู
ห่างจากประตูด้านทิศตะวันออก 7.5 เมตร


ดวงอาทิตย์ตกในวันที่ 5 เดือนตุลาคม เวลา 17.55.02น.
ดวงอาทิตย์ตกในวันที่ 6 เดือนตุลาคม เวลา 17.54.20 น.
ดวงอาทิตย์ตกในวันที่ 7 เดือนตุลาคม เวลา 17.53.39 น.
 

 

2. ปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์ – ดวงจันทร์: นักษัตร

 
2-3 ชั่วโมงหลังอาทิตย์ตกในวันที่ 6 มีนาคม 2552
 
  2-3 ชั่วโมงก่อนอาทิตย์ขึ้น ในวันที่ 3 เมษายน 2552
 

     ช่วงอาทิตย์ตกในวันที่ 6 มีนาคม และ ช่วงอาทิตย์ขึ้นในวันที่ 3 เมษายน จันทราอยู่ในนักษัตรปุนพสุ ตรงกับราศีเมถุน (Gemini)
     ดวงจันทร์จะเปลี่ยนตำแหน่งทุกคืน เมื่อเปรียบเทียบกับดาวฤกษ์บนท้องฟ้า หลังจากหนึ่งเดือนดาราคติของจันทร์ ดวงจันทร์จะโคจรผ่านทั้ง 12 ราศี จนกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม กลางราษีเมถุน (ดูสองภาพด้านบน)
     จักราศีแบ่งออกได้ 12 ราศี (ของดวงอาทิตย์) หรือ 27 นักษัตร (ของดวงจันทร์) คนเขมรโบราณใช้ นักษัตร ในการคำนวณปฎิทิน และโหราศาสตร์

     ปฎิทินของเขมรโบราณมีรากฐานมาจากคัมภีร์สุริยะสิทธานตะ ซึ่งเป็นหนังสือดาราศาสตร์โบราณอินเดีย พบหลักฐานในศิลา
จาลึกของเขมรโบราณ (การคำนวณ วัน เดือน ใช้ปีตามวีธีของ
สุริยะสิทธานตะ)

     สุริยะสิทธานตะ ถูกสร้างเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดย ศาสตร์ตราจารย์ยาโน (Yano: Pancanga)
ตามการคำนวนของโปรแกรมนี้พบว่า
1.
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2552 (ศักราช 1930) ราศีผลคุน
(Phalguna) นักษัตรปุนพสุ (Punarvasu) ขึ้น 10 ค่ำ
2.
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2552 (ศักราช 1931) ราศีจิตรา (Chaitra) นักษัตรปุนพสุ (Punarvasu) ขึ้น 8 ค่ำ
หมายเหตุ
: ทั้งสองวันข้างบนอยู่คนละปี ตามปฎิทินเขมรโบราณปีใหม่ 2552 จะเริ่มในวันศุกร์ขึ้น 1 ค่ำ ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม 2552 = วันแรกของจิตรา ศักราช 1931

 

3. อุปราคาในปี 2552

     มีปรากฏการณ์ทางสุริยุปราคาบางส่วน ในบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2552 และปรากฏการณ์จันทรุปราคา ในวันที่ 22 มิถุนายน 2552
     จะไม่มี
ปรากฏการณ์ อุปราคา เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ ที่พนมรุ้ง
(พระราหูและพระเกตุจะไม่มาร่วมงานประจำปีพนมรุ้งปี 2552)

พระราหูและพระเกตุ
(พระราหูอมจันทรา)

 

Z

 4. ปรากฏการณ์อื่นบนท้องฟ้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 3 เมษายน 2552

     ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 3 เมษายน 2552 เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ 3 ดวง ได้แก่ ดาวหฤหัสบดี ดาวอังคารและ ดาวศุกร์ ทางด้านทิศตะวันออก ดาวหฤหัสบดี จะขึ้นเวลา 03.05 . ดาวอังคารจะขึ้นเวลา 04.33 .และ ดาวศุกร์จะขึ้นก่อนสว่าง เวลา 05.13 . (ก่อนอาทิตย์ขึ้น 50 นาที)

พระอินทร์เป็นสัญญลักษณ์ของดาวพฤหัสบดี จะขึ้นเวลา 03.05 น. ซึ่งเหมาะสมดีเพราะพระองค์เป็นหัวหน้าของบรรดาเทพรักษาทิศ (dikpala = ทิกปาลก) จะพบรูปแกะสลักพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ถือวัชรที่มือขวาในปราสาทเขมรโบราณ (รูปด้านขวา)

 

 

วันที่ 5 มีนาคม 2552 วันที่ 6 มีนาคม 2552 วันที่ 7 มีนาคม 2552

วันที่ 6 มีนาคม 2552 วันที่ 6 มีนาคม 2552 วันที่ 6 มีนาคม 2552

วันที่ 6 มีนาคม 2552 วันที่ 6 มีนาคม 2552 วันที่ 6 มีนาคม 2552

 

Latest NEWS (12 March 2009):

     The 7th of March 2009 the first seminar in Thailand on astro-archaeology was held at Prasat Phanom Rung with participants from Rajabhat Buriram and Surin, UNESCO's representatives from Chiang Mai University, local governmental representatives from Buriram.
Speakers: รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม from Chiang Mai University and Asger Mollerup.

Z

ยูเนสโก ได้กำหนดให้ปี 2552 เป็นปี “ดาราศาสตร์สากล” (United Nations International Year on Astronomy)

สดร. เตรียมสถาปนา "พนมรุ้ง-วัดสันเปาโล" เป็นสถานที่สำคัญทางดาราศาสตร์ในไทยรับ "ปีดาราศาสตร์สากล" พร้อมร่วมฉลองให้ 400 ปีกล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย ทั้งมหกรรมสุริยุปราคา ฝนดาวตก นิทรรศการและการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ ภาพยนตร์สารคดีด้านดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. แถลงข่าวพร้อมจัดพิธีเปิดกิจกรรม "ปีดาราศาสตร์สากล 2009" เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปี กาลิเลโอ สร้างกล้องโทรทรรศน์ส่องดูจักรวาลเป็นครั้งแรก ซึ่งมีสื่อมวลชนให้ความสนใจร่วมงานมากมาย รวมทั้งทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวว่า กาลิเลโอเป็นนักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ที่มีความสามารถมาก เมื่อ 400 ปีก่อน กาลิเลโอสามารถสร้างกล้องโทรทรรศน์ตัวแรกเพื่อส่องมองดูดวงดาว ซึ่งมีกำลังขยายเพียง 3 เท่า เท่านั้น แต่เขาเก่งมากที่มองเห็นดาวศุกร์ ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี และดวงดาวอื่นๆ อีกหลายดวง

จากการที่กาลิเลโอส่องกล้องโทรทรรศน์เห็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง แล้วนำมาคิดคำนวณ จนรู้ว่าดวงจันทร์ดังกล่าวโคจรรอบดาวพฤหัสบดี ซึ่งกาลิเลโอพยายามพิสูจน์สิ่งที่ตนเองเห็นจากกล้องโทรทรรศน์จนทำให้มนุษย์ได้รู้ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาลตามที่เชื่อกันมานาน แต่โลกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลและเป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์ จนต่อมากาลิเลโอได้รับการขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งดาราศาสตร์"

ดังนั้นองค์การยูเนสโกและสหพันธ์ดาราศาสตร์จึงมีมติประกาศให้ปี 2552 เป็น "ปีดาราศาสตร์สากล" ซึ่งเป็นปีครบรอบ 400 ปี หลังจากที่กาลิเลโอประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ส่องมองจักรวาลเป็นครั้งแรก โดยนานาประเทศพร้อมใจกันจัดกิจกรรมทางดาราศาสตร์มากมาย เพื่อร่วมฉลองปีดาราศาสตร์สากลตลอดทั้งปี

สำหรับประเทศไทยก็จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษในปีพิเศษนี้ด้วยเช่นกัน โดยผู้อำนวยการ สดร. เปิดเผยว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล จึงได้ร่วมจัดกิจกรรมในปีดาราศาสตร์สากล ซึ่ง สดร. ได้วางแผนไว้แล้วหลากหลายกิจกรรม โดยเริ่มจากกิจกรรมชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมาเป็นกิจกรรมแรก และยังมีมหกรรมสุริยุปราคาอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค.,กิจกรรมชมฝนดาวตกลีโอนิดส์ วันที่ 13 พ.ย., กิจกรรมชมฝนดาวตกเจมินิดส์ วันที่ 17 ธ.ค. ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่พระจันทร์มืดเกือบเต็มดวง ทำให้สามารถสังเกตฝนดาวตกได้ชัดเจน และจำนวนมาก

นอกจากนี้ทาง สดร. ยังร่วมกับสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลจัดโครงการ เดอะ เวิลด์ แอต ไนท์ (The World At Night: TWAN) นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ที่มีโบราณสถานหรือสถานที่สำคัญของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นองค์ประกอบในภาพด้วย รวมถึงการจัดประกวดภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ฝีมือช่างภาพชาวไทย, โครงการฉายภาพยนตร์ ไอวายเอ บลาสต์ (IYA Blast) ภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการส่งบอลลูนบรรทุกกล้องโทรทรรศน์ขึ้นไปเพื่อศึกษาเอกภพในยุคแรกเริ่ม และบริเวณที่ดาวเกิดใหม่

ยิ่งไปกว่านั้น สดร. ยังมีโครงการสถาปนาจุดสำคัญทางดาราศาสตร์ในประเทศไทย (Establishment of Astronomical Landmark in Thailand) เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับดาราศาสตร์ของคนไทย อาทิ ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องผ่าน 15 ช่องประตู ตรงกับวันที่ 3 เม.ย. ของทุกปี, วัดสันเปาโล จ.ลพบุรี หอดูดาวแห่งแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ผาชะนะได จ.อุบลราชธานี จุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นแห่งแรกในประเทศไทย และแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต จุดชมดวงอาทิตย์ตกที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่ง รศ.บุญรักษา บอกว่าในอนาคต สดร. อาจจะร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อทำให้สถานที่เหล่านี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่สำคัญของประเทศ

Source: Science and Technology
 

 

Z

บุรีรัมย์เชิญชมปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น-ลง ตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง (23/1/2009)
จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติดวงอาทิตย์ ขึ้น - ลงตรง 15 ช่องประตูสามารถมองได้ด้วยตาเปล่า ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 4 ครั้ง ตลอดทั้งปี
นายมงคล สุระสัจจะ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีอารยธรรมซ้อนทับกันหลายสมัีย ตั้งแต่ ทวาราวดี ขอม สุโขทัย และ กรุงศรีอยุธยา ได้มีการค้นพบโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย เช่น เครื่องเคลือบโบราณมีอายุยาวนานกว่าเครื่องเคลือบสังคโลกสมัยสุโขทัย แหล่งเตาเผาเครื่องเคลือบที่มีอายุ 800-1,800 ปี มากกว่า 200 เตา นอกจานี้ยังเป็นแหล่งตัดหินทรายสีชมพู ที่นำไปใช้สร้างปราสาทหินต่างๆ และปราสาทพนมรุ้ง ที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติดวงอาทิตย์ ขึ้น – ลง ตรงกับช่องประตู 15 ช่อง ที่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า 4 ครั้ง ซึ่ง Mr.Mollerrup (นายทอง) ชาวเดนมาร์ค ผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาพิเศษประจำยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ และกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ด้านการท่องเที่ยว สาขาผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณดาราศาสตร์ ได้คำนวณไว้ นายมงคล สุระสัจจะ กล่าวอีกว่า ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติดวงอาทิตย์ ขึ้น - ลงตรง 15 ช่องประตูสามารถมองผ่าน 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้งได้ด้วยตาเปล่าครั้งแรก เป็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตก สามารถมองผ่าน 15 ช่องประตู จะตรงกับวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2552 เวลา 18 นาฬิกา 17 นาที 14 วินาที ครั้งที่ 2 ดวงอาทิตย์ขึ้น ตรง 15 ช่องประตู ตรงกับวันที่ 2 – 4 เมษายน 2552 เวลา 16 นาฬิกา 3 นาที 24 วินาที ครั้งที่ 3 ดวงอาทิตย์ขึ้น ตรง 15 ช่องประตู ตรงกับวันที่ 8 – 10 กันยายน 2552 เวลา 05 นาฬิกา 56 นาที 37 วินาที และ ครั้งที่ 4 ดวงอาทิตย์ตก ตรง 15 ช่องประตู ตรงกับวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2552 เวลา 17 นาฬิกา 55 นาที 02 วินาที ขณะเดียวกัน จังหวัดบุรีรัมย์ได้กำหนดจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง หรืองาน “เดือนศักดิ์สิทธิ์พนมรุ้ง ประจำปี 2552” ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม – 4 เมษายน 2552 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่จะเดินทางมาดูปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่หาดูได้ที่นี่ที่เดียวในโลก..............................................ศักดิ์ศิริ หยวกฉิมพลี/เรียบเรียง
ข้อมูลจาก :: ศักดิ์ศิริ หยวกฉิมพลี ส.ปชส.บุรีรัมย์ วันที่ :: 23/1/2552

Source: News Data Center (NDT)

Asger Mollerup

โดย อ.ทองคำ

(ที่ปรึกษาอิสระ ด้านโบราณ-ดาราศาสตร์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ และนักสำรวจโบราณสถานเขมร)

Back to Sundial Index

Last up-dated: December 2009

Main index: www.thai-isan-lao.com

Photos, calculations and drawings © Asger Mollerup